ตะกร้าสินค้า

ไม่พบสินค้าในรถเข็น

อาหารต้านโรค

เบต้ากลูแคน

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

แป้ง…ผู้ฆ่ามะเร็งตัวจริง…ไม่รู้ไม่ได้แล้ว ! ในบรรดาอาหารต่อต้านมะเร็งและเชื้อจุลินทรีย์ ไม่มีใครเทียมทาน…สุดยอดอาหารต้านโรค สารอาหารที่มีแต่ผลดีๆ พลอยได้ข้างเคียง (side benefit) มิใช่พิษภัยข้างเคียง (side effect) เหมือนยาทั้งหลาย

กินเท่าไรก็ได้ ยิ่งมากยิ่งดี (ถ้ามีสตางค์)

ยังไม่มีบันทึกถึงอาการข้างเคียงใดๆ ทั้งการกินหรือทา ตั้งแต่ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2483 เป็นต้นมา

เคยแพงจนจับไม่ลง เพราะติดสิทธิบัตรผู้ค้นพบและกรรมวิธีการผลิต บัดนี้เพิ่งมีพัฒนาการผลิตเชิงอุตสาหกรรม (จากยีสต์) ทำให้ราคาลด แต่คุณภาพไม่ละ ด้วยเทคโนโลยีที่คนธรรมดาเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย

ผลงานวิจัยสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าการรักษาโรค ไม่ว่าจะมะเร็งหรือโรคติดเชื้อ

ตำนานเรื่องคนนวดแป้งแล้วมือสวยเต่งตึง ผิวหน้าเด้งดึ๋ง ก็มาจากพื้นฐานเบต้ากลูแคน

ผู้ค้นหาความรู้สุขภาพพึ่งตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิต (แต่ไม่ปิดกั้นการใช้ยา) น่าจะได้พึ่งพา ณ ปัจจุบัน

 

คืออะไร เป็นแป้งหรือน้ำตาลเชิงซ้อน (Polysaccharide) เกิดจากกลูโคสเชิงเดี่ยว ที่มีโมเลกุลรูปวงแหวนมาต่อกันเป็นสายตรงยาว เรียกว่ากลูแคน (glucan)

คุณสมบัติ และประโยชน์ ที่พิสูจน์ทราบได้ชัดเจน คือ เป็นสารอาหารที่ไปกระตุ้นหรือบำรุงเซลล์เม็ดเลือดขาว (macrophage) ให้กระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง เร่งทำงานจับกินเชื้อมะเร็ง หรือจุลินทรีย์แปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย โดยไม่พลาดเป้า จึงไม่เกิดภาวะภูมิเพี้ยน (autoimmune …คือสำคัญผิดคิดว่าเนื้อดีๆ ของร่างกายเป็นศัตรูจึงจู่โจมทำลาย)

หลักใหญ่ๆ ในการรักษามะเร็ง ประกอบด้วย

ก. ป้องกัน เชื้อหรือมลพิษก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกาย…คำตอบคือ เป็นไปไม่ได้

ข. ตัดชิ้นเนื้อร้ายออกไป ทำได้ผลเฉพาะกรณีพบในระยะเริ่มแรก อย่างตั้งใจตรวจ โดยมะเร็งยังไม่ฝังตัวลุกลาม แต่ส่วนใหญ่ เมื่อพบก้อนก็สายไปมากแล้ว !

ค. ใช้ยา เคมีหรือรังสีรักษา ฟาดฟัน ผลคือ ตายทั้งคู่อย่างทรมาน !

ง. ใช้พื้นฐานการต่อสู้ปกป้องของร่างกาย ปกติเมื่อเชื้อโรคเข้า เช่น มีบาดแผลติดเชื้อ เม็ดเลือดขาว ภูมิคุ้มกันจะตรงเข้าล้อมกรอบ กำจัด เกิดเป็นไข้ แผลอักเสบ บวม
    แดง ร้อน มีหนอง แล้วสลายตัวลง (หาย) แต่พอเจอมะเร็งซึ่งร้ายกว่ามาก เม็ดเลือดขาวธรรมดาสู้ไม่ไหว

เม็ดเลือดขาวยักษ์ แมคโครเฟ็จจึงเป็นคำตอบ

เบต้ากลูแคนจึงเป็นเครื่องมืออาหารทิพย์ให้แมคโครเฟ็จ

แมคโครเฟ็จ ยังมีบทบาทรักษาแผลที่เกิดจากการผ่าตัด หรือจากอุบัติเหตุ โดยเบต้ากลูแคนคือ ผู้กระตุ้นการทำงานของแมคโครเฟ็จ เปรียบเสมือนอาหารทิพย์ให้พลังกับแมคโครเฟ็จออกมาทำงานผลิตคอลลาเจนทำให้บาดแผลติดเร็ว แผลเป็นแข็งแรง ไม่แตกหรือปริง่าย

ถ้าเป็นที่หลอดเลือด จากคอเลสเตอรอลเกาะ (plaque) แล้วแคลเซียมเข้าไปเกาะ (calcification) เกิดพยาธิสภาพที่เรียกว่า Atherosclerosis อุดตันหลอดเลือด เกิดอาการหัวใจขาดเลือด ถ้าเป็นที่หลอดเลือดสมองก็สมองขาดเลือด เป็นอัตราตายอันดับหนึ่งของประชากร

เบต้ากลูแคนสามารถควบคุมไขมันคอเลสเตอรอลได้ดี

ยังมีผลดีร่วมที่เป็น The most powerful immune booster เช่น ขจัดไขมันคอเลสเตอรอล ไขมันอุดตันในหลอดเลือด ตับอักเสบ เบาหวาน สายตาดีขึ้น ไปถึงเอดส์

เบต้ากลูแคนได้รับการจัดชั้นเป็น “GRAS” (generally recognized as safe ปลอดภัยไร้พิษภัย ไม่ว่ากินมากหรือน้อยเพียงไร) จาก US–FDA(อย.อเมริกา) และได้รับอนุญาตให้โฆษณาว่า “อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ” เมื่อ 19 ม.ค. 2553 นี้เอง

อย.ฝรั่งเศสอนุญาตให้อ้างอิงว่าสามารถควบคุมไขมันคอเลสเตอรอลได้ ในกรณีที่กินอาหารสมดุล ไม่มีไขมันอิ่มตัวมากเกินไป และมีการออกกำลังกายร่วมด้วย

สวีเดน รับรองมาตั้งแต่ปี 2545

ส่วนอังกฤษ รับรองในปี 2547

โดยสวีเดน ให้รวมถึงความสามารถลดน้ำตาลในเบาหวานได้ด้วย

ในโรคติดเชื้อทั้งหลาย (ไม่ว่าแบคทีเรีย ไวรัส รา ปาราสิต) เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ ภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดขาว จะระดมพลมาต่อต้าน ปราบปรามตลอดจนเชื้อมะเร็งร้าย เบต้ากลูแคนเป็นหน่วยเสริมสำคัญที่พิสูจน์แล้ว

กระทรวงสาธารณสุขอเมริกา ได้พิมพ์เผยแพร่ความหมายของระบบภูมิต้านทานและกลไกการทำงานที่ซับซ้อน ว่ามีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร

จึงเมื่อเริ่มมีอาการติดหวัด เจ็บคอ หากได้รับเบต้ากลูแคนขนาดสูง ทันท่วงที มีโอกาสหายและปลอดพิษภัยกว่ายาพาราเซตามอล อีกทั้งมิได้ขัดขวาง หรือห้ามการใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อทั้งหลาย ตรงข้ามกลูแคนยิ่งไปเสริมฤทธิ์การต่อต้านเชื้อโรคให้อีกแรง

ผลจากการเข้าถึงเซลล์เม็ดเลือดขาวแมคโครเฟ็จ ให้ทำงานได้อย่างเฉพาะเจาะจง ยังอธิบายกลไกการใช้ประโยชน์ใน SLE (โรคพุ่มพวง) ซึ่งภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และบรรดาภูมิเพี้ยนทั้งหลาย แบบครอบจักรวาลให้หาย ปลอดพิษภัยจากโรคได้ ในขณะที่การแพทย์ทางยาใช้วิธีกดภูมิคุ้มกันด้วยสเตียรอยด์เป็นส่วนใหญ่

ส่วนที่ผิวหนังก็ดูดซึมได้ (จากที่เคยรับรู้กันว่าผิวหนังไม่สามารถดูดซึมสารภายนอก) ทำให้สามารถนำมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แก้ไขรอยเหี่ยวย่น และร่องลึกบนใบหน้า รักษาแผลผ่าตัด ลดขนาดแผลเป็น ซึ่งตัวยาอื่นทำไม่ได้ดีเท่า จากการที่พิสูจน์ได้ว่ากลูแคนไปกระตุ้นบำรุงเซลล์แลงเกอฮานส์ (Langerhans cell ซึ่งก็คือแมคโคเฟ็จที่ผิวหนังนั่นเอง) ต่อต้านอนุมูลอิสระ ต้านรังสี UV และยังจับกับไฟโบรบลาสท์ (เซลล์ผู้สร้างคอลลาเจน อิลาสติน และกรดไฮอะลูโรนิค แห่งผิว) เกิดผลเต่งตึงแก่ผิว

พิษล่ะ ! ดังที่กล่าวแล้วว่า เป็นระดับชั้น GRAS ยังไม่มีบันทึกว่ามีพิษใด คือปลอดภัยในทุกกรณี ทั้งยังมี Side benefit…ผลดีข้างเคียง !

กรณีที่ผลิตภัณฑ์สกัดสาร mannoprotein ออกไม่หมด คนที่แพ้ mannan (แพ้ยีสต์) ก็อาจแพ้ได้…จึงควรลองแต่น้อยในผู้เริ่มใช้ครั้งแรก

ขนาดใช้ ในผู้ใหญ่ กรณีบำรุงร่างกาย ใช้วันละเม็ด โดยแนะนำให้กินช่วงท้องว่าง ยิ่งผสานกับวิตามินซีด้วยยิ่งดี

ขนาดรักษาใช้ 800 – 3,000 มก./วัน

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กินขนาดสูง เพราะผลดีเพิ่มขึ้นตามปริมาณยา โดย American Journal of Clinical Nutrition พ.ศ. 2542 นิโคโลซิ และคณะกล่าวว่า อาจใช้เบต้ากลูแคนขนาดสูงถึงวันละ 12 กรัม เพื่อประโยชน์ทางยา

โดยเบต้ากลูแคนจากยีสต์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าจากแหล่งอื่น ในปริมาณเดียวกัน

ในการรักษามะเร็ง แนะนำให้ทานร่วมกับวิตามินซีขนาด 1,000 – 3,000 มก./วัน

ความดังของหลินจือสกัดในการต่อต้านมะเร็งมาช้านานไม่ว่าในญี่ปุ่นหรือไหนๆ นอกจากสารเยอรมาเนียมแล้ว อีกสารสำคัญยิ่งยวดในหลินจือก็คือ Polysaccharide ที่เรียกเบต้ากลูแคนนั่นเอง !

เบต้ากลูแคนน่าจะเป็นสารที่มีสมรรถภาพเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ร่างกายได้สูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ