ตะกร้าสินค้า

ไม่พบสินค้าในรถเข็น

DUB / เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

ภาวะเลือดออกผิดปกติ จากโพรงมดลูกโดยที่ไม่มีพยาธิสภาพ (Dysfunctional Uterine Bleeding – DUB) หมายถึง มีเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก ทั้งปริมาณมาก หรือจังหวะไม่สม่ำเสมอ โดยไม่พบสาเหตุจากพยาธิสภาพในอุ้งเชิงกราน การตั้งครรภ์ หรือภาวะที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ใช้วิธีวินิจฉัย โดยแยกโรคอื่นๆ ออกไป

ภาวะนี้อาจพบในช่วงเริ่มมีระดู หรือช่วงก่อนหมดระดู ซึ่งเกิดจากการไม่มีไข่ตก เนื่องจากสมอง ต่อมใต้สมอง และรังไข่ ทำงานไม่สมดุลกัน ทำให้เกิดการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนไปเรื่อยๆ กระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญและแบ่งตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนบางส่วนขาดเลือดไปเลี้ยง เกิดเน่าตายเป็นหย่อมๆ เกิดการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก ไม่พร้อมกัน ทำให้เลือดออกมาก และเรื้อรัง ที่ยังไม่ทราบสาเหตุก็มี

ส่วนที่ทราบสาเหตุแล้วจะไม่เรียก DUB (ใช้คำว่า Abnormal Uterine Bleeding ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก) เช่น เกิดจากการแท้ง การตั้งครรภ์นอกมดลูก ครรภ์ไข่ปลาอุก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก มะเร็งปากมดลูก โรคติดเชื้อของเยื่อบุโพรงมดลูก หรือหลอดมดลูก บาดแผลที่ผนังช่องคลอด ช่องคลอดอักเสบรุนแรง มีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด ติ่งเนื้อที่ปากมดลูก เนื้องอกมดลูก ตลอดจนภาวะการแข็งตัวผิดปกติของเลือด เกล็ดเลือดต่ำ ฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ ตับแข็ง ใส่ห่วงอนามัย ได้รับฮอร์โมนทดแทน ยาบางชนิด เช่นยานอนหลับ แก้ซึมเศร้า ป้องกันโลหิตจับกันเป็นก้อน ฯลฯ

เมื่อพิจารณาถึงชีวโมเลกุล เซลล์ซ่อมเซลล์ไปซ่อมอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น รังไข่ มดลูก สมอง ต่อมใต้สมอง แล้วก็ไม่พบอันตรายหรือเป็นเหตุขัดขวางการให้ฮอร์โมนทางการแพทย์ทั้งหลายการรักษาทางแพทย์ มักใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสติน ยาเม็ดคุมกำเนิด ขูดมดลูก รักษาภาวะซีดที่เสียเลือดมาก กระตุ้นการตกไข่ ใช้ยาต้านอักเสบที่มิใช่ สเตียรอยด์ (NSAIDS) ใช้กล้องส่องโพรงมดลูก ใช้บอลลูนใส่โพรงมดลูก ตลอดจนตัดมดลูกทิ้งในผู้ที่มีบุตรพอแล้ว

กรณีที่ตับเสียสมดุล การซ่อมแซมเซลล์ตับก็มีส่วนช่วย ทำนองเดียวกับต่อมหมวกไต หากมีพยาธิสภาพหลังฮอร์โมนคลายเครียดได้ไม่ดีพอ ก็เกิดอาการเจ็บป่วย แต่หากตับหรือหมวกไตปกติ แล้วได้เซลล์มาซ่อม ผลก็คือ “เสียเงิน”

การให้น้ำมันปลา เป็นการหวังผลต้านอักเสบ แต่หากสังเกตว่าทานแล้ว เลือดออกมากขึ้น ง่ายขึ้น อาจต้องพิจารณาซ่อมแซมตับไว้ก่อน ตลอดจนหาว่าผู้ป่วยได้รับยาละลายเกล็ดเลือดอยู่หรือเปล่า

  • ภาวะกดดันจากมลพิษ (oxidative stress) อาจยับยั้งได้ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ
  • หากร่างกายขาดโคลีน วิตามินบี ทั้งหลาย เนื่องจากได้จากอาหารปกติไม่เพียงพอ การเสริมอาหารก็เป็นสิ่งจำเป็น

ตลอดจนการรักษาระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ด้วยฮอร์โมนพืช เช่น ถั่วเหลืองที่บดพร้อมผิวหุ้มเมล็ด น่าจะเป็นทางออกที่ปลอดภัย

สรุป DUB

  1. ใช้เซลล์ สมอง + ต่อมใต้สมอง + รังไข่ + หมวกไต และตับ อย่างละ 1x2x10 – 30 วัน อวัยวะรวม 1x1x10 – 30 วัน หรือเลือกเฉพาะรายการที่ควรใช้
  2. น้ำมันปลา + หลินจือ อย่างละ 1x3 3. โคลีนบี + รวมทีมสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างละ 1x1 4. ดื่มนมถั่วเหลือง เช้า + ก่อนนอน