ตะกร้าสินค้า

ไม่พบสินค้าในรถเข็น

ภาวะมีบุตรยาก

ให้เรตสมาชิก: 0 / 5

ดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งานดาวไม่ได้ใช้งาน
 

หมายถึง การที่คู่สมรสไม่สามารถมีบุตรหลังจากมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่มีการคุมกำเนิด อย่างน้อย 1 ปี รวมถึงการแท้งบุตรบ่อยๆ

หมันหรือ Infertility มีวิธีการวินิจฉัย รักษา มาตรฐานแตกต่างกันมาก ในสามีอาจมีสาเหตุจากหลั่งเร็ว หรือไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ หรือภาวะหย่อนสมรรถภาพ ฯลฯ ในภรรยา พบความผิดปกติของหลอดมดลูกมากสุด ทั้งแบบตันข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ไม่ตกไข่ ตกไข่ไม่สม่ำเสมอ และความผิดปกติของต่อมใต้สมอง 27% ตรวจไม่พบความผิดปกติของคู่สมรส สาเหตุ ในหญิง อาจเกิดจากการขาดฮอร์โมนเพศ / ปัญหาของมดลูก / ออกกำลังกายมากเกิน / เครียด / โรคไทรอยด์ ในสามีหรือฝ่ายชาย มักเกิดจากภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ น้ำอสุจิน้อย ขาดแร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม มีโรคของหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ตลอดจนความเครียด วิธีรักษา หากเป็นการอุดตันของหลอดมดลูก ต้องได้รับการผ่าตัด แต่ผลก็มักไม่ค่อยดี ดังนั้นการป้องกันการอักเสบติดเชื้อจากการร่วมเพศ การแท้งบุตร และหลังคลอดเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันการเกิดภาวะมีบุตรยาก การตรวจสามีมักตรวจน้ำอสุจิเป็นสำคัญ แต่ก็พบว่าร้อยละ 48.8 มีน้ำอสุจิปกติ แต่ไม่มีบุตร การตรวจหาภูมิต้านทานต่อตัวอสุจิ อาจพบความผิดปกติ แต่ก็อาจไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะมีบุตรยากก็ได้ การช่วยตนเองเบื้องต้น การตรวจว่าไข่ตกเมื่อไรนั้น เมื่อทราบผล ทันทีที่ไข่ตก โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็ผ่านพ้นไปแล้ว พบว่าช่วงเวลาเหมาะที่ไข่จะได้รับการผสมมากที่สุดคือ 5 วัน ก่อนไข่ตก หรือในวันที่ไข่ตก การมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนอกเหนือจากนี้ จึงมักไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์ การตกไข่นั้นจะเกิดในช่วงกลางของรอบเดือน แล้วเคลื่อนผ่านท่อรังไข่ ช่วงเวลาที่มีโอกาสตั้งครรภ์สูงที่สุดคือ 5 วันก่อน และ 1 วัน หลังตกไข่ วันไข่ตก อาจสังเกตได้จากมูกปากมดลูก หรือที่มักเรียกว่าตกขาว ระดูขาว ซึ่งตามปกติตกขาวจะเป็นเมือกใสคล้ายแป้งเปียก อาจมีหรือไม่มีกลิ่นก็ได้ ไม่คัน เมื่อเริ่มตกไข่ร่างกายสตรีจะผลิตมูกปากมดลูกมากขึ้น ทำให้เปลี่ยนเป็นเมือกบางใส (เพื่อให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้ง่าย) อาจตรวจสอบด้วยตนเองด้วยใช้กระดาษทิชชูเช็ดบริเวณอวัยวะเพศเป็นระยะ หากมีเมือกใสคล้ายไข่ขาวดิบ แสดงว่าถึงเวลาตกไข่แล้ว เมื่อถึงช่วงตกไข่ ควรมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อยวันละครั้งติดต่อกัน 3 วัน หรือหากมิได้ตรวจวันตกไข่ ควรมีเพศสัมพันธ์ทุกวันเว้นวัน ตั้งแต่วันที่ 8 ถึง 20 ของรอบเดือน (นับวันแรกของการมีประจำเดือนเป็นวันที่ 1) เนื่องจากอสุจิจะมีชีวิตอยู่ได้ 3 วัน ทานอาหารที่จำเป็นต่อระบบสืบพันธุ์ได้แก่ วิตามินบีรวม วิตามินอี สังกะสี น้ำมันปลา ควันบุหรี่ลดโอกาสการมีลูก และส่งผลร้ายต่อลูกในท้อง หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ กาแฟไม่ควรเกินวันละ 2 แก้ว ออกกำลังกายพอประมาณ หลีกเลี่ยงการใช้ยาต้านฮีสตามีน และยาบรรเทาอาการคัดจมูก ยาลดน้ำมูกจะมีผลต่อปริมาณตกขาว หรือมูกปากมดลูก ทำให้เหนียวข้น (อสุจิผ่านยาก) หญิงที่ดื่มนมถั่วเหลืองเป็นประจำ ลองงดดื่มในช่วงนี้ ด้วยมีข้อสันนิษฐานว่า ฤทธิ์ของเจนิสติน ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากถั่วเหลือง อาจมีบทบาท ยับยั้ง ขัดขวางการเจริญของตัวอ่อน แต่ทว่าต้องได้รับในปริมาณสูงงดยา ไอบูโพรเฟน หรือแอสไพริน ยาแก้อักเสบอาจรบกวนวงจรการตกไข่ และทำให้ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิไม่สามารถฝังตัวที่ผนังมดลูก ก่อนอื่นวิธีง่ายๆ (แต่ใช้เงิน) อันดับแรกคือ ทำให้มั่นใจว่าระบบฮอร์โมน รังไข่ อวัยวะคุณอยู่ในเกณฑ์สมบูรณ์ การใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ด้วย เซลล์ของสมอง ต่อมใต้สมอง รังไข่ (ในหญิง) หรืออัณฑะ (ในฝ่ายชาย) และอวัยวะรวม ควรเป็นองค์ประกอบการรักษาที่สำคัญลำดับต้น หากไม่ได้ผลจึงสมควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีหลากหลายวิธีที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง * สรุป 1. พยายามมีเพศสัมพันธ์ทุกวันในช่วงไข่ตก โดยงดในช่วง 2 – 3 วันก่อนไข่ตก เพื่อสะสมเชื้ออสุจิในฝ่ายชายไว้ก่อน 2. บำรุงสุขภาพในหญิงด้วย เซลล์สมอง ต่อมใต้สมอง รังไข่ อย่างละ 1x2x30 + อวัยวะรวม 1x1x30 วัน ในชายใช้เซลล์สมอง ต่อมใต้สมอง อัณฑะอย่างละ 1x2x30 วัน + อวัยวะรวม 1x1x30 วัน 3. สารอาหารพื้นฐาน ที่ไม่ควรขาดในทั้ง 2 เพศ ได้แก่ น้ำมันปลา แร่ธาตุสังกะสี ซีลีเนียม โอพีซี และวิตามินซี